เมนู

5 วิธี ลดอาการติดหวาน แบบไม่หักดิบ

‘กินคาวไม่กินหวาน สันดานไพร่’ คงใช้ไม่ได้แล้วกับยุคนี้ที่หลายคนหันมาดูสุขภาพกันมากขึ้น



กินคาวไม่กินหวาน สันดานไพร่ คงใช้ไม่ได้แล้วกับยุคนี้ที่หลายคนหันมาดูสุขภาพกันมากขึ้น แม้ว่าทุกวันนี้จะมีทั้งเครื่องดื่ม ของหวานยั่วยุไม่จบสิ้นทั้งรูปแบบของโฆษณา โปรโมชั่น ต่างๆ นานา ที่ทำให้คนใจอ่อนเรื่องของกินยินยอมพร้อมจะใจอ่อนอยู่เรื่อย แต่หากคิดจะรักสุขภาพจริงก็ต้องหักห้ามใจตัวเองให้ได้ วันนี้เรามีวิธีลดอาการติดหวานมาฝากกัน ถึงจะทำไม่ได้ทันทีแต่ก็ลองปรับเปลี่ยนพฤติกรรมกันดูนะคะ




  • ดื่มกาแฟดำไม่ใส่น้ำตาล ถ้าเป็นคนติดกาแฟ ลองหากาแฟรสชาติที่ชอบมาชงร้อนโดยไม่ต้องใส่น้ำตาลดูนะคะ ในเมื่อเป็นคนชอบดื่มกาแฟก็อย่าให้ความหวานของน้ำตาลมากลบรสชาติของกาแฟดีกว่าค่ะ  

  • ดื่มเครื่องดื่มร้อนแทนของเย็น การดื่มน้ำอุ่นหรือน้ำในอุณหภูมิห้องดีกว่าสุขภาพมากกว่าการดื่มอะไรเย็นๆ ซะอีกนะคะ ที่เป็นอย่างนั้นก็เพราะว่าน้ำอุ่นสามารถช่วยเสริมการทำงานในกระบวนการย่อยของร่างกาย ช่วยให้ระบบการไหลเวียนของเลือดดีขึ้นด้วย ถ้าคุณคุ้นชินกับการดื่มน้ำอุ่นหรือน้ำในอุณหภูมิห้องแล้ว อาการอยากน้ำหวานเย็นก็จะค่อยๆ ลดไปเองค่ะ

  • เปลี่ยนจากน้ำหวานเป็นน้ำผลไม้ ในช่วงแรกอาจจะเป็นช่วงเวลาแห่งการทรมานไปสักหน่อยสำหรับคนติดของหวาน ถ้าทานอาหารมื้อหลักแล้วต้องต่อด้วยของหวาน ก็ลองเปลี่ยนมาเป็นการทานผลไม้ที่ให้น้ำตาลน้อย หรือเครื่องดื่มจำพวกน้ำผลไม้ แบบไม่ใส่น้ำเชื่อมดูนะคะ แต่อย่าดื่มน้ำผลไม้สำเร็จรูปเชียวเพราะนั่นใส่น้ำตาลเยอะมาก

  • พูดติดปากว่า ไม่หวาน นับจากนี้เวลาสั่งเครื่องดื่ม ต้องสั่งว่า ‘ไม่หวาน’ ให้ติดปากเลยนะคะ แม้ว่าการสั่ง หวานน้อย จะเป็นการลดปริมาณน้ำตาลในเครื่องดื่มลง แต่ถ้าอยากลดหวาน ไม่อยากเพิ่มน้ำตาลให้ร่างกายมากกว่านี้แล้วล่ะก็ต้องไม่แตะน้ำตาลไปเลยดีกว่า 

  • อ่านฉลากทุกครั้งก่อนซื้ออาหาร ไม่ว่าจะเป็นการซื้อเครื่องดื่มหรืออาหารสำเร็จรูป อย่าลืมอ่านฉลากก่อนทุกครั้งนะคะ เพราะบางครั้ง เครื่องดื่มบางตัวเคลมว่าไม่มีน้ำตาล แต่กลับมีสารให้ความอื่นชนิดอื่นแทนซึ่งอาจเกิดผลเสียต่อร่างกายมากกว่าน้ำตาลซะอีก



ปริมาณน้ำตาลที่แนะนำ : ไม่เกิน 24 กรัม / วัน