เมนู

ลดน้ำหนักด้วย สูตรน้ำว่านหางจระเข้ผสมน้ำผลไม้



ว่านหางจระเข้ นอกจากจะเป็นสมุนไพรที่ช่วยบำรุง ดูแลผิวพรรณแล้ว ยังเป็นสมุนไพรกินได้ที่มีส่วนช่วยในการลดน้ำหนักด้วย  แต่ก็มีหลายคนที่อาจไม่ชอบในรสชาติของว่านหางจระเข้ใช่มั้ยล่ะคะ วันนี้เราจึงมีสูตรลดน้ำหนักด้วยน้ำว่านหางจระเข้ที่นำไปผสมกับน้ำผลไม้ รับรองว่าทานง่าย ได้ประโยชน์แน่นอน





1. ว่านหางจระเข้+มะนาว+น้ำผึ้ง





นำวุ้นว่านหางจระเข้ปริมาณ 1 ช้อนโต๊ะมาผสมในน้ำอุ่น 1 แก้วกาแฟ บีบมะนาวลงไป 1 ลูก เติมรสชาติด้วยน้ำผึ้ง 1 ช้อนชา คนทุกอย่างให้เข้ากัน แนะนำให้ดื่มหลังตื่นนอน  สูตรนี้จะช่วยดีท็อกซ์ลำไส้ หลังจากดื่มแล้วควรปล่อยให้ท้องว่างประมาณ 1 ชั่วโมง



2. ว่านหางจระเข้+ส้ม+สตรอว์เบอร์รี





นำสตรอว์เบอร์รี่สไลซ์  3 ชิ้น ปั่นรวมกับน้ำส้มคั้น 1 แก้ว และวุ้นว่านหางจระเข้ 1 ช้อนโต๊ะ ดื่มหลังอาหารเช้า ช่วยในการดีท็อกซ์และช่วยให้ร่างกายได้รับสารต้านอนุมูลอิสระมากขึ้น



3. ว่านหางจระเข้+แตงกวา+สับปะรด





สำหรับคนที่อาหารไม่ย่อยจนเกิดอาการท้องอืด ท้องผูกบ่อย ๆ แนะนำให้นำแตงกวาครึ่งลูก สับปะรด 1 เสี้ยว วุ้นว่านหางจระเข้ 1 ช้อนโต๊ะ และน้ำอุ่น 1 แก้วกาแฟ ปั่นให้เข้ากันแล้วดื่มหลังมื้อเที่ยง จะช่วยระบบย่อยอาหาร และช่วยให้ลำไส้ดูดซึมสารอาหารที่เรากินได้เต็มประสิทธิภาพมากขึ้น



4. ว่านหางจระเข้+ชาขิง





นำวุ้นว่านหางจระเข้และชาขิงมาปั่นรวมกัน หรือนำขิง 1 แว่นมาต้มกับน้ำร้อน แล้วผสมวุ้นว่านหางจระเข้ 1 ช้อนโต๊ะลงไป คนให้เข้ากัน ดื่มเป็นชายามบ่าย ดื่มช่วยลดไขมันในเลือด





แต่ใช่ว่าดื่มน้ำว่านหางจระเข้แล้วจะมีแต่คุณประโยชน์เท่านั้น หากดื่มมากเกินไปก็อาจเกิดโทษต่อร่างกายได้เช่นเดียวกัน  เพราะการดื่มเยอะเกินไปจะทำให้ท้องเสียได้ และหากใช้ติดต่อกันในระยะยาวก็อาจจะทำให้ร่างกายสูญเสียแร่ธาตุ­­­บางชนิด ซึ่งปริมาณน้ำว่านหางจระเข้ที่คนเราสามารถดื่มได้ต่อวันก็อยู่ที่ไม่เกิน 12 ช้อนโต๊ะ



- ผู้ที่มีอาการแพ้หัวหอม กระเทียม หรือเกสรทิวลิป อาจมีอาการแพ้ว่านหางจระเข้ด้วยเช่นกัน จึงควรหลีกเลี่ยง



- ไม่ควรดื่มน้ำว่านหางจระเข้ขณะที่เป็นประจำเดือน หรือขณะที่ตั้งครรภ์



- หลีกเลี่ยงการดื่มน้ำว่านหางจระเข้หากมีปัญหาด้านสุขภาพ เช่น ริดสีดวงทวาร หรือมีการเสื่อมสภาพของตับและน้ำดี





ข้อมูลจาก  นานาสาระเพื่อสุขภาพ