เมนู

ตอนจบที่ไม่แฮปปี้เอนดิ้ง รักต้องแลก ของ Ariel จาก The Little Mermaid

ความรักของนางเงือกกับมนุษย์ ดูเหมือนจะเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ แต่กลับมีนิทานทั้งไทยและเทศหลายเรื่องที่มักจะยกเอาความรักของมนุษย์และนางเงือกมาเป็นประเด็น อย่างบ้านเราก็มี พระอภัยมณี หรือข้ามไปทางฝั่ง



ความรักของนางเงือกกับมนุษย์ ดูเหมือนจะเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ แต่กลับมีนิทานทั้งไทยและเทศหลายเรื่องที่มักจะยกเอาความรักของมนุษย์และนางเงือกมาเป็นประเด็น อย่างบ้านเราก็มี พระอภัยมณี หรือข้ามไปทางฝั่งตะวันตกก็ต้องยกให้การ์ตูนเรื่อง The Little Mermaid  สำหรับเวอร์ชั่นที่เราเคยได้ชมกัน อาจจะมีตอนจบแบบสมหวัง มีความสุขกันทุกฝ่าย 





แต่เมื่อลองกลับมาดูเนื้อเรื่องจากนิทานเรื่อง Den Lille Havfrue  ต้นฉบับของ The Little Mermaid ที่ ฮันส์ คริสเตียน แอนเดอร์เซน ผู้แต่งนิทานเรื่องนี้เป็นคนแต่งจะพบว่ามันเป็นนิทานดราม่าเคล้าน้ำตาเสียอย่างนั้น เมื่อตอนจบแอเรียลและเจ้าชายอีริคไม่ได้ครองคู่กันอย่างที่ควรจะเป็นเหมือนอย่างในการ์ตูนดิสนีย์





สำหรับเนื้อเรื่องดั้งเดิมของนั้นเป็นเรื่องราวของเงือกสาววัย 15 ปี นามว่า แอเรียล ลูกสาวคนเล็กที่ขึ้นชื่อว่าสวยที่สุดในบรรดาพี่น้องทั้งหมดของราชาไทรทัน ทั้งยังมีเสียงที่ไพเราะ  วันหนึ่งเงือกน้อยไปเที่ยวเล่นบนผิวน้ำ จนได้เจอกับเรือลำใหญ่ซึ่งกำลังมีการเฉลิมฉลองเนื่องในวันเกิดของเจ้าชาย ตัวแอเรียลเอง เมื่อเห็นเจ้าชายครั้งแรกก็รู้สึกหลงใหล ตกหลุมรักขึ้นไม่ไหว แม้ไม่ใครผลักก็ตาม...





และแล้วก็มีเรื่องให้เธอได้เข้าไปพัวพันกับเจ้าชายจนได้ เมื่อเกิดพายุหนักถล่มซัดเรือล่ม แอเรียลได้ช่วยเจ้าชายจนรอดชีวิต พาขึ้นฝั่ง แต่กลับไม่แสดงตัวว่าเป็นคนช่วย เพราะเธอไม่ต้องการให้ใครเห็น จึงกลับไปยังทะเลเสียก่อนที่เจ้าชายจะฟื้น...





เจ้าชายซึ่งไม่รู้เรื่องราวว่าใครเป็นคนช่วยตนขึ้นมาจากท้องทะเล จำได้แต่เพียงว่าได้ยินเสียงคนร้องเพลง  ได้รับความช่วยเหลือจากพวกแม่ชีที่คอนแวนต์ ส่วนแอเรียลเองเมื่อกลับไปยังท้องทะเลบ้านตัวเอง ก็ได้ไปถามย่าว่า หากเธอไม่ได้ช่วยเจ้าชายแล้ว หากเขาตายไปจะเป็นยังไง?





ย่าของแอเรียลได้เล่าเรื่องวิญญาณของมนุษย์ให้ฟังว่า เมื่อมนุษย์ตายจะกลายเป็นวิญญาณอมตะไปพบพระเจ้า แอเรียลได้ยินแบบนั้น ด้วยความที่ตัวเองหลงรักเจ้าชายตั้งแต่แรกเห็น จึงไปหาแม่มดทะเล เพื่อให้ให้นางช่วยให้แอเรียลพบเจ้าชายอีก



     “ข้าจะให้ขามนุษย์แก่เจ้าทั้งสองข้าง แลกกับหาง  แต่เจ้าจะต้องให้เสียงแก่ข้า และหากเจ้าชายรักคนอื่น เจ้าก็จะกลายเป็นฟองน้ำคลื่นในวันรุ่งขึ้น”





แน่นอนว่าการที่นางเงือกจะไปเจอกับมนุษย์คงไปในรูปแบบที่มีหางไม่ได้ การไปพบเจ้าชายจึงต้องมีข้อแลกเปลี่ยน โดยแม่มดได้บอกว่า นางเงือกจะกลายเป็นมนุษย์ มีขา และมีวิญญาณเป็นอมตะได้ จะต้องไปได้รับ “รักแท้” จากมนุษย์ ซึ่งมนุษย์ผู้นั้นต้องรักนางเงือกมาก มากจนยอมแบ่งวิญญาณอมตะให้ได้และขอเธอแต่งงานจึงจะมีวิญญาณอมตะเหมือนมนุษย์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ  แอเรียลที่ตกหลุมรักเจ้าชายหัวปักหัวปำยอมแลกทุกอย่าง ซึ่งแม่มดมีข้อแลกเปลี่ยน 3 ข้อด้วยกัน ดังนี้



ข้อแรก แอเรียลต้องเป็นใบ้



ข้อสอง เพื่อชดเชยการเป็นใบ้ แอเรียลจะเต้นรำได้งดงามกว่ามนุษย์ทุกคน แต่ทุกย่างก้าวที่เดินด้วยขาจะเจ็บปวดเหมือนเดินบนคมมีด



และข้อสุดท้าย หากแอเรียลทำให้พระเอกรักไม่ได้ จนต้องไปแต่งงานกับหญิงอื่น เช้าวันรุ่งขึ้นเธอจะต้องกลายร่างเป็นฟองน้ำ



 





เมื่อได้รับพรสมใจปรารถนา แอเรียลสลบไสลมานอนเกยตื้นแถววังของเจ้าชาย ในสภาพเปลือยกาย แต่ได้ผมยาวสลวยจรดปลายเท้าของเธอมาช่วยปกคลุมร่างกายไม่ให้โป๊ เมื่อเจ้าชายมาเห็นสาวสวยหน้าตาน่ารักนอนสลบก็ช่วยเหลือ และรับเลี้ยงเป็นน้องสาวด้วยสงสารที่เธอเป็นใบ้





แม้ว่าแอเรียลจะงดงามเพียงใด เต้นรำเก่งแค่ไหน และมีความสุขที่ได้ใช้เวลาอยู่ร่วมกับเจ้าชายมาก แต่เจ้าชายก็ยังมองเธอในฐานะน้องสาว เท่านั้น





จนกระทั่งพระราชาได้รับสั่งให้เจ้าชายแต่งงานกับลูกสาวของกษัตริย์ที่อยู่เมืองติดกัน การคลุมถุงชนครั้งนี้สร้างความไม่พอใจให้กับเจ้าชาย แต่ถึงอย่างนั้นเจ้าตัวก็ต้องออกเรือไปสู่ขอตามที่ราชาและราชินีบังคับ ซึ่งเจ้าชายก็ได้พาแอเรียลไปด้วย และยังพร่ำบอกว่าหากไปถึงเมืองของเจ้าหญิงคู่หมั้นแล้วจะขอถอนหมั้น พร้อมทั้งบอกด้วยว่า ตนเองมีรักแรกพบ คือ หญิงสาวที่ช่วยชีวิตตอนเรือแตก แต่ตามหานางเท่าไหร่ก็ไม่เจอสักที (ซึ่งคนที่ช่วยจริงๆ ก็คือแอเรียล นั่นเอง )





แต่เรื่องกลับหักมุม เมื่อเจ้าชายได้เจอหน้าเจ้าหญิงต่างเมืองจริงๆ ก็กลืนคำพูดตัวเองไปหมด เขาจำได้ว่าเจ้าหญิงคู่หมั้นคือ แม่ชีที่เข้ามาช่วยตนตอนเรือแตก สืบทราบมาว่าตอนเด็กๆ เจ้าหญิงคู่หมั้นถูกส่งไปคอนแวนต์เพื่ออบรมมารยาท พอได้เวลาแต่งงานก็ถูกส่งกลับเข้าวัง



เจ้าชายตกหลุมรักเจ้าหญิงคู่หมั้นตั้งแต่แรกเห็น ด้วยความที่มีความประทับใจที่อีกฝ่ายช่วยเหลือตนตอนเรือแตกอยู่แล้ว จึงตกลงแต่งงานด้วยความเต็มใจ พาคู่หมั้นลงเรือกลับวังและวางแผนจัดงานแต่ง โดยไม่รู้เลยว่าแอเรียลเศร้าเสียใจมากแค่ไหน  เพราะนอกจากตนเองจะไม่สมหวังแล้ว เวลาที่จะมีชีวิตอยู่ก็เหลือน้อยลงทุกที...



ในคืนวันแต่งงาน เจ้าบ่าวเจ้าสาวเข้าห้องหอเป็นที่เรียบร้อย ส่วนแอเรียลต้องมาใจสลายอยู่ที่กราบเรือ ฝ่ายพี่ๆ ของแอเรียลรู้ข่าว ก็พากันไปหาแม่มดทะเล ตัดผมของตัวเองเพื่อแลกกับมีดเล่มหนึ่ง....





ตอนเช้ามืดของวันพวกพี่ๆ ของแอเรียลได้ว่ายน้ำมาหาน้องสาวพร้อมกับโยนมีดเล่มดังกล่าวให้ พร้อมบอกว่า หากแอเรียลนำมีดเล่มนี้ไปแทงหัวใจเจ้าชายและเอาเลือดมาล้างเท้า จะได้กลับมาเป็นนางเงือกและสามารถอยู่ต่อจนอายุ 300 ปีตามอายุขัยของนางเงือก แต่หากเธอไม่ทำ ก็จะกลายเป็นฟองน้ำตอนพระอาทิตย์ขึ้น...



แอเรียลรับมีดเล่มนั้นไป ถือมีดเดินไปหาเจ้าชายกับเจ้าหญิงในห้องหอ เมื่อเห็นทั้งสองคนนอนกอดกันอย่างมีความสุขก็ทำไม่ลง



เธอจึงวิ่งหนีออกมากระโดดลงน้ำ..กลายเป็นฟองคลื่นตอนพระอาทิตย์ขึ้นพอดี...





พระเจ้าเห็นควมรักของแอเรียลที่มีต่อพระเอกก็รู้สึกสงสาร เพราะนางเป็นคนดี รักบริสุทธิ์โดยไม่ต้องการสิ่งตอบแทน ขอแค่อีกฝ่ายมีความสุขก็พอใจแล้ว ถึงแม้เธอจะไม่ใช่มนุษย์หัวใจยิ่งใหญ่ไม่แพ้มนุษย์เลย พระเจ้าจึงเนรมิตให้แอเรียลเป็นเทวทูตลม เป็นเวลา 300 ปี เมื่อครบกำหนดก็จะเป็นวิญญาณอมตะเหมือนของมนุษย์



แอเรียลจึงกลายเป็นสายลม มาพัดผ่านคู่บ่าวสาวเป็นการบอกลาและอวยพรให้ทั้งคู่มีความสุขเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะจากไป...



แม้ว่าความรักของแอเรียลจากเนื้อเรื่องดั้งเดิมจะไม่สมหวัง และเหมือนจะเป็นรักข้างเดียวก็ตาม แต่เจ้าตัวก็ไม่ได้เรียกร้อง หรือทำสิ่งไม่ดีเพื่อให้ได้ครอบครองเจ้าชาย เรียกว่าเป็นนางเอกที่มีหัวใจบริสุทธิ์และยิ่งใหญ่แม้ว่าเธอจะไม่ใช่มนุษย์ก็ตาม



 



สั่งซื้อมาสก์หนน้าเจ้าหญิงดิสนีย์ได้ที่นี่ คลิก!